Omniport 40 เครื่องมือวัดแบบพกพาอเนกประสงค์ สำหรับงานตรวจวัดหน้างาน

Omniport 40 เครื่องมือวัดแบบพกพา

ในการทำงานด้านการบำรุงรักษาและตรวจสอบระบบอุตสาหกรรม การมีเครื่องมือวัดที่เหมาะสมช่วยให้การตรวจสอบหน้างานทำได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องตรวจวัดหลายค่าหรือเปลี่ยนจุดตรวจวัดอยู่เป็นประจำ เป็นเครื่องมือวัดแบบพกพาที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานลักษณะนี้ ตัวเครื่องสามารถใช้งานร่วมกับโพรบได้หลายประเภท จึงไม่จำเป็นต้องมีเครื่องวัดแยกสำหรับทุกพารามิเตอร์ เพียงเลือกโพรบให้เหมาะกับงานก็สามารถนำมาใช้งานร่วมกับตัวเครื่องได้

นอกจากการแสดงค่าการวัดแล้วยังมีฟังก์ชันสำหรับบันทึกข้อมูลและจัดการข้อมูลที่วัดได้ จึงเหมาะทั้งกับการตรวจสอบทั่วไปและงานที่ต้องเก็บข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อ

วัดได้หลายพารามิเตอร์ในเครื่องเดียว

สิ่งที่ทำให้ Omniport 40 แตกต่างจากเครื่องมือวัดแบบพกพาทั่วไป คือความสามารถในการรองรับโพรบหลายรูปแบบ โดยสามารถตรวจวัดได้สูงสุด 7 พารามิเตอร์ ขึ้นอยู่กับโพรบที่เลือกใช้งาน ได้แก่

  • อุณหภูมิ (Temperature)
  • ความชื้น (Humidity)
  • จุดน้ำค้าง (Dew Point)
  • ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂)
  • ความดัน (Pressure)
  • อัตราการไหลของอากาศ (Air Flow)
  • ความชื้นในน้ำมัน (Moisture in Oil)

ดังนั้น หากลักษณะงานมีการตรวจวัดหลายค่า ผู้ใช้งานสามารถเลือกโพรบที่ต้องการแล้วนำมาเชื่อมต่อกับ Omniport 40 ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือคนละตัวในแต่ละงาน

เชื่อมต่อโพรบได้สูงสุด 2 ตัว

ตัวเครื่องมีขั้วต่อ M12 จำนวน 2 จุด ทำให้สามารถเชื่อมต่อโพรบได้สูงสุด 2 ตัวพร้อมกัน ตัวอย่างเช่น หากต้องการตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นในพื้นที่เดียวกัน ก็สามารถเชื่อมต่อโพรบที่เกี่ยวข้องเข้ากับตัวเครื่องและดูค่าการวัดได้เมื่อเสียบโพรบ ระบบจะตรวจจับโพรบโดยอัตโนมัติ ช่วยลดขั้นตอนในการตั้งค่าก่อนเริ่มใช้งาน และทำให้การตรวจวัดหน้างานทำได้สะดวกขึ้น

ใช้เป็นเครื่องมืออ้างอิงสำหรับตรวจสอบการวัด

สำหรับงานที่ต้องตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องมือวัด Omniport 40 สามารถนำมาใช้เป็น Reference Device ได้เมื่อเลือกใช้โพรบที่ผ่านการสอบเทียบอย่างเหมาะสมแนวทางนี้เหมาะกับงานที่ต้องการนำค่าจากเครื่องมืออ้างอิงไปเปรียบเทียบกับค่าที่ได้จากอุปกรณ์หรือเครื่องมือวัดอื่นในหน้างาน ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบความคลาดเคลื่อนของการวัดได้สะดวกขึ้น ทั้งนี้ ความสามารถในการใช้เป็นเครื่องมืออ้างอิงจะขึ้นอยู่กับประเภทของโพรบและใบรับรองการสอบเทียบที่เลือกใช้ร่วมกัน

ไม่ได้มีดีแค่การวัด แต่ยังบันทึกข้อมูลได้ด้วย

ในงานตรวจวัดจริง บางครั้งการดูค่า ณ จุดนั้นเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะต้องการทราบว่าค่าที่วัดเปลี่ยนแปลงอย่างไรในช่วงเวลาหนึ่ง ตัวเครื่องจะมี Data Logger ในตัว สามารถบันทึกข้อมูลได้สูงสุดถึง 1,000,000 ชุดข้อมูล ทำให้สามารถเก็บข้อมูลการวัดไว้เพื่อนำกลับมาตรวจสอบภายหลังได้ข้อมูลที่บันทึกสามารถนำออกจากตัวเครื่องเป็นไฟล์ CSV ผ่านการเชื่อมต่อ USB-C ได้ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมในกรณีที่ต้องการเพียงดึงข้อมูลออกมาใช้งาน หากต้องการตั้งค่าและใช้งานฟังก์ชันด้านการจัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ PCS10 ของแบรนด์ E+E Elektronik ได้

ตั้งค่าโพรบจากตัวเครื่องได้โดยตรง

อีกฟังก์ชันที่ช่วยให้การทำงานหน้างานง่ายขึ้นคือ Direct Probe Configuration ผู้ใช้งานสามารถปรับตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับโพรบผ่านหน้าจอและปุ่มควบคุมของตัวเครื่องได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องนำโพรบกลับไปต่อกับคอมพิวเตอร์ทุกครั้งที่ต้องการเปลี่ยนการตั้งค่าสำหรับงานที่ต้องเดินตรวจหลายจุด ฟังก์ชันนี้ช่วยลดขั้นตอนและทำให้การทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น

รองรับการตรวจวัดความชื้นในน้ำมัน

สามารถใช้งานร่วมกับโพรบสำหรับตรวจวัด ความชื้นในน้ำมัน (Moisture in Oil) ได้ ซึ่งเหมาะกับงานที่ต้องตรวจสอบสภาพของน้ำมันในระบบหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ตัวเครื่องมี Oil Library สำหรับเลือกประเภทน้ำมันที่ต้องการตรวจวัด และยังสามารถเพิ่มข้อมูลน้ำมันที่ผู้ใช้งานต้องการได้ตามความเหมาะสมความสามารถนี้ช่วยให้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่งานวัดอุณหภูมิหรือความชื้นในอากาศ แต่ยังสามารถนำไปใช้กับงานบำรุงรักษาที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันได้ด้วย

ออกแบบมาให้ใช้งานหน้างานได้สะดวก

มีขนาดกะทัดรัดและออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานภาคสนาม ตัวเครื่องมีระดับการป้องกัน IP67 จึงสามารถนำไปใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นหรือมีโอกาสสัมผัสน้ำได้ด้านหลังมีขาตั้งและแม่เหล็กสำหรับช่วยยึดตัวเครื่อง ทำให้สามารถตั้งเครื่องบนพื้นผิวหรือยึดกับพื้นผิวโลหะระหว่างตรวจวัดได้ ผู้ใช้งานจึงไม่จำเป็นต้องถือเครื่องไว้ตลอดเวลาหน้าจอมีไฟ Backlight และสามารถเลือกวิธีแสดงผลให้เหมาะกับงานได้ เช่น การแสดงค่าขนาดใหญ่ การแสดงค่าหลายรายการ หรือดูข้อมูลในรูปแบบกราฟ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันอย่าง Hold, Min./Average/Max. และ Alarm ซึ่งช่วยให้การอ่านและติดตามค่าการวัดทำได้สะดวกขึ้น

เหมาะกับงานอะไรบ้าง?

ด้วยความสามารถในการเปลี่ยนโพรบตามลักษณะงาน จึงสามารถนำไปใช้งานได้ค่อนข้างหลากหลาย เช่น

  • งานบำรุงรักษาเครื่องจักร
  • งานตรวจสอบระบบอุตสาหกรรม
  • งานตรวจสอบกระบวนการผลิต
  • งานวัดอุณหภูมิและความชื้น
  • งานตรวจวัดจุดน้ำค้างในระบบอากาศอัด
  • งานตรวจวัด CO₂
  • งานตรวจวัดการไหลของอากาศ
  • งานตรวจสอบความชื้นในน้ำมัน
  • งานเก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ย้อนหลัง
  • งานตรวจสอบและเปรียบเทียบค่ากับเครื่องมือวัดอื่น

Omniport 40 เหมาะกับใคร?

หากเป็นงานที่ต้องพกเครื่องมือไปตรวจวัดหลายพื้นที่ และมีความต้องการตรวจวัดมากกว่าหนึ่งพารามิเตอร์ การใช้เครื่องมือที่สามารถเปลี่ยนโพรบได้อาจช่วยลดจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องพกไปหน้างานได้เหมาะกับช่างเทคนิค วิศวกร ฝ่ายซ่อมบำรุง และผู้ที่ทำงานด้านการตรวจสอบและวัดค่าต่าง ๆ ในระบบอุตสาหกรรม โดยเฉพาะงานที่ต้องการทั้ง ความคล่องตัวในการตรวจวัดและความสามารถในการบันทึกข้อมูล

สรุป

Omniport 40 จาก E+E Elektronik เป็นเครื่องมือวัดแบบพกพาที่รวมความสามารถในการตรวจวัดหลายพารามิเตอร์ไว้ในเครื่องเดียว โดยเลือกใช้โพรบให้เหมาะกับงานที่ต้องการ สามารถเชื่อมต่อโพรบได้สูงสุด 2 ตัว และตรวจจับโพรบที่เชื่อมต่อโดยอัตโนมัติ

นอกจากการวัดค่าแบบเรียลไทม์แล้ว ยังรองรับการบันทึกข้อมูลสูงสุด 1,000,000 ชุดข้อมูล การส่งออกข้อมูลเป็นไฟล์ CSV การตั้งค่าโพรบจากตัวเครื่อง และการใช้งานเป็น Reference Device เมื่อเลือกใช้โพรบที่ผ่านการสอบเทียบอย่างเหมาะสม

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับงานตรวจวัดที่ต้องการเครื่องมือเพียงชุดเดียว แต่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานให้เหมาะกับงานแต่ละประเภทได้

ทำไมต้องเลือกเครื่องมือวัดอุตสาหกรรมกับ UIM?

UIM ให้บริการด้าน เครื่องมือวัดและระบบตรวจวัดสำหรับงานอุตสาหกรรม จากแบรนด์คุณภาพสูงอย่าง E+E Elektronik ประเทศออสเตรีย ครอบคลุมทั้งการจำหน่าย การให้คำปรึกษา การเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน รวมถึงบริการหลังการขาย

สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวัดความชื้น อุณหภูมิ จุดน้ำค้าง และพารามิเตอร์อื่น ๆ UIM สามารถให้คำแนะนำในการเลือกเซนเซอร์และเครื่องมือวัดให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและกระบวนการใช้งานจริง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ

นอกจากนี้ UIM ยังมีทีม Technical Support ที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบตรวจวัด พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกอุปกรณ์และการประยุกต์ใช้งานให้เหมาะกับแต่ละกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการเลือกโพรบ การกำหนดช่วงการวัด หรือการนำข้อมูลจากเครื่องมือไปใช้งานต่อ